Posted by: chakkraphan | December 15, 2009

ชวนมายืนยลบนไหล่ยักษ์

มีหนังสือเล่มใหม่ออกเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ว่าจะนำมาบอกกล่าวแบบจริงจังนานแล้ว แต่ก็ลืมมาโดยตลอด

หนังสือเล่มนี้ชื่อ ยืนยลบนไหล่ยักษ์ ออกกับสำนักพิมพ์ มาร์ส พับลิชชิ่ง โดยบ.ก.สตีวี จี (จีรวุฒิ เขียวมณี) เป็นหนังสือรวบรวมบทสัมภาษณ์คัดสรรจากบทสัมภาษณ์เกือบๆ 50 ชิ้น (ตกใจเหมือนกัน ทำไมสัมภาษณ์ได้เยอะขนาดนั้นก็ไม่รู้) ตลอดการทำงานนิตยสาร ส่วนใหญ่เป็นบทสัมภาษณ์จากนิตยสาร Hamburger ที่ตัวเองเคยรับผิดชอบอยู่เมื่อหลายปีก่อน นอกจากนั้นก็ยังเสริมด้วยบทสัมภาษณ์ที่เคยลงตีพิมพ์ในนิตยสาร a day และ GM

บทสัมภาษณ์ต่างกรรมต่างวาระเหล่านี้ นอกจากทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราวและความคิดของผู้ถูกสัมภาษณ์ที่ส่วนใหญ่เป็นคนในแวดวงบันเทิง ศิลปะ เป็นนักคิด นักสร้างสรรค์ ที่มีผลงานหรือเรื่องราวใหม่ๆ อันน่าสนใจในตอนนั้นแล้ว ก็เห็นว่ายังมีชุดความคิดดีๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลงานในขณะนั้นอยู่อีกมาก คงน่าเสียดายมากหากเราจะปล่อยทัศนะที่น่าสนใจเหล่านั้นให้เงียบหงอยอยู่แต่ในกองเก็บนิตยสารเก่า ดังนั้นความคิดที่จะรวบรวมบทสัมภาษณ์ครั้งนี้จึงอุบัติขึ้นด้วยความเห็นชอบของบรรณาธิการหนุ่มรูปหล่อแห่งสำนักพิมพ์มาร์สฯ

มากไปกว่านั้น ยังเขียนเกร็ดการทำงานของตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้นประกอบเข้าไป ด้วยหวังว่าจะให้เป็นอนุทินเล็กๆ ส่วนตัวไว้อ่านกันความจำหลงลืมว่าเคยทำอะไรมาบ้าง ดีหรือไม่ดีอย่างไร

ตั้งชื่อว่ายืนยลบนไหล่ยักษ์ เพราะชอบใจสำนวนฝรั่งโบราณที่ว่า Dwarfs standing on the shoulders of giants ที่หมายความว่า ทุกๆ องค์ความรู้ที่มนุษย์มีอยู่ในตอนนี้ (หรือแม้แต่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าก็ตาม) ล้วนมีรากฐานมาจากสรรพความรู้ที่คนรุ่นก่อนหน้าได้เคยค้นพบและสั่งสมมาแล้ว อุปมาเหมือนการปีนขึ้นไปบนไหล่ยักษ์ (คนรุ่นก่อน) ของคนแคระ (คนรุ่นเรา) แล้วมองลงมายังเบื้องล่าง ภูมิทัศน์บนนั้นย่อมกว้างไกลกว่าการดูบนพื้นโลก

นักคิด นักสร้างสรรค์ และคนทำงานศิลปะทุกคนที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขาไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ ชื่ออย่าง หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, ยืนยง โอภากุล, ศุ บุญเลี้ยง, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, ธนชัย อุชชิน, เป็นเอก รัตนเรือง, ปราบดา หยุ่น, สุรศักดิ์ วงษ์ไทย, บิลลี่ โอแกน, เพชร โอสถานุเคราะห์, อนุสรณ์ ติปยานนท์, อุดม แต้พานิช ฯลฯ นั้นทุกคนล้วนให้การยอมรับในผลงานที่พวกเขาล้วนสร้างสรรค์ขึ้นมา (แน่นอนว่าพวกเขาก็สร้างสรรค์ขึ้นมาจากองค์ความรู้ของคนรุ่นก่อน) ดังนั้น ในฐานะผู้ที่ออกไปเก็บถ้อยคำและแปรรูปออกมาเป็นบทสัมภาษณ์ นี่จึงเป็นชิ้นงานที่ภาคภูมิใจมาก และถ้ามันจะช่วยสร้างแรงไฟ ก่อแรงบันดาลใจให้ใครต่อไปได้บ้างก็ยิ่งน่ายินดี

ในการนี้ยังได้ พี่หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา ให้เกียรติมาเขียนคำนำให้ จึงรู้สึกเป็นเกีบรติและขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ เช่นเดียวกับ สนพ มาร์ส ที่ใจถึงแท้ๆ

เอาล่ะ ถ้าสนใจก็ซื้ออ่านกันได้นะ


Responses

  1. จะไปยืนอ่านตามร้านหนังสือ,,ด้วยความคิดถึง

    • เอางั้นเลยนะ

  2. ยืนอ่านแล้วซื้อเลยก็ดีจ้า อิอิ

  3. อืม การยืนบนใหล่ยัก มันความหมายแบบนี้เอง สงสัยต้องหาใหล่ยัก ยืนหน่อยแล้ว


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: