Posted by: chakkraphan | September 9, 2009

Only in theaters (จริงๆ)

ชีวิตช่วงนี้สามารถอธิบายด้วยศัพท์สมัยนิยมอย่างคำว่า ‘งานเข้า’ ได้อย่างเต็มปาก เพราะอยู่ๆ ก็มีงานเข้ามาให้ทำพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย บ้างเป็นงานจ้าง บ้างเป็นงานของตัวเอง บ้างก็เป็นงานที่มิตรสหายเอ่ยปากขอให้ช่วย ทั้งหมดนั้นเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่ยอมออกไปเสียที แม้จะพยายามขับไล่ไปให้พ้นๆ ตัวเท่าไหร่ มันก็ไม่ไปง่ายดังใจนึกนัก ที่ทำได้จึงได้แค่ทำใจและตั้งหน้าตั้งตาทำไปทีละอย่าง ทีละอย่าง คาดว่าคงเสร็จในเร็ววัน (นะทุกท่านที่รอเราอยู่)

ผลจากอาการงานเข้านี้ ทำให้รู้สึกเครียดและสมองตีบตันคิดอะไรไม่ออกอยู่เป็นระยะ ดังนั้นเพื่อรักษาอาการสมองตันนี้ เราจึงบำบัดด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างการดูหนังแผ่นอันชื่อได้ว่าเป็นวิธีการผ่อนคลายที่ง่ายที่สุดในครัวเรือน ว่าแล้วจึงหยิบแผ่นหนังดีวีดีทั้งหนังอาร์ต หนังฮอลลีวูด หนังไทย หนังอินเดีย หนังเหี้ย-หนังห่าอะไรทั้งหลายมาดูคลายเครียด ผลปรากฏว่ามันก็คลายเครียดได้จริงๆ ด้วย (โอ้ พระพุทธ!)

ผลจากการดูหนังคลายเครียดนี้ ทำให้ตั้งข้อสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า มีเหตุการณ์บางอย่าง ท่าทีบางประเภท และอากัปกริยาบางชนิดที่หาชมได้ในภาพยนตร์เท่านั้น (อันนี้อาจเหมารวมละคร หรือมิวสิควีดีโอด้วยก็ได้) ไม่สามารถหาชมหรือกระทำได้โดยง่าย (หรืออาจไม่ได้เลย) ในชีวิตจริง การมีอยู่ของสิ่งที่ไม่มีอยู่ในชีวิตจริงเหล่านี้เป็นเสมือนคำยืนยันว่า หนังได้ทำหน้าที่พาเราหลบหนีความจริงไปชั่วขณะได้จริงๆ แม้ดินแดนใหม่ที่เราถือวีซ่าอยู่ชั่วคราวสองชั่วโมงกว่าๆ นั้น จะประกอบด้วยเรื่องที่ทำไม่ได้จริงและไม่มีใครทำจริงก็ตาม

ต่อไปนี้คือสิ่งที่เราค้นพบในการบำบัดตัวเองด้วยภาพยนตร์

– ในฉากไล่ล่า การเรียกแท็กซี่แล้วสั่งคนขับว่า ‘ตามรถคันหน้าไป’ ทำไม่ได้หรอก มึงจะให้ตามคันไหน รถวิ่งขวักไขว่ขนาดนั้น (ขอชื่นชมทีมพากย์พันธมิตรที่พากย์ฉากนี้ใน The Accidental Spy ของพี่แจ๊คกี้ ชานแบบประชดประชันได้โคตรฮา คือเขาพากย์ว่า ‘อีนี่ คงไม่ตามรถคันหลังหรอกจ้ะนาย’ แม่งเป็นแขกอย่างไม่มีเหตุผลด้วยนะ)

–  ในฉากหักเหลี่ยม หรือฉากวางแผน มักจะมีกระดานหมากรุกที่ยังเล่นค้างไว้ให้ตัวละครขยับหมากไปยังตำแหน่งรุกฆาตอยู่เสมอ มันมาตั้งแต่เมื่อไหร่

– เมื่อฝนตก และอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องกางร่ม เราจะไม่พบร่มที่แถมจากธนาคาร แถมจากบริษัทประกันภัย หรือแถมจากสินค้าอื่นๆ เลย มากกว่านั้น คนในโลกเซลลูลอยด์ไม่มีใครใช้ร่มพับจิ๋ว 69 บาทที่ขายกันแถวอนุสาวรีย์ชัยอีกด้วย

– ทำไมดื่มนำเย็นแล้วร้อง ‘อ้าาา…ชื่นใจ’ ครั้นพอดื่มกาแฟร้อนๆ ก็ต้องใช้สองมือประคองให้ดูอบอุ่น

– แต่ในหนังจอมยุทธ์ ที่มักได้สุราดีๆ มาร่ำรำพันกันเสมอ ปัญหาคือข้องใจว่าทั้งที่ปากก็พร่ำบ่นว่า สุราดี พันปี หิมะ ฯลฯ แต่ทำไมมึงกินทิ้งกินขว้างกันนักวะ ความเป็นจริง แค่เหล้าธรรมดา เราก็แทบจะขอดขวดกินกันอย่างไม่อยากหยดลงพื้นสักหยดกันอยู่แล้ว 

– ห้องหับในหนังเกาหลี มักไม่มีฝุ่น ไม่มีตะกร้าผ้าที่ยังไม่ได้ซัก และไม่มีของรกๆ

– เจ้าพ่อในหนังมาเฟีย มักเปิดผับที่อบอวลไปด้วยเพลงแจ๊ซ ในความเป็นจริงทราบมาว่าเจ้าพ่อส่วนใหญ่นิยมเพลงยูโรแดนซ์มากกว่า 

– หัวหน้าหน่วยจู่โจมมักสั่งให้ทีมเอไปทางซ้าย ทีมบีไปทางขวา (ปีเตอร์ คุณตามผมมา!) และตั้งนาฬิกาให้ตรงกัน ในชีวิตจริงเขาทำกันอย่างนี้หรือเปล่าอันนี้ไม่ทราบ แต่อยากรู้

– ในฉากปล้นธนาคาร หัวหน้ากลุ่มจะต้องปีนขึ้นไปบนเคาน์เตอร์เสมอ มึงอยากเป็นโคโยตี้ทำไมไม่บอก

– ในประเทศแถบเอเชียอาคเนย์ เป็นเรื่องเสี่ยงและใจถึงเกินไปที่จะวางแบงค์ไว้ที่เคาน์เตอร์เป็นค่าสก๊อตช์วิสกี้แล้วจากไปอย่างไม่ต้องเหลียวมามองว่าจะมีคนมาฉกไปก่อนบริกรหรือเปล่า

– ในฉากลอบสังหาร มักพบคนที่มีความหมายมากๆ กับตัวมือปืนไปไหนมาไหนกับคนที่เป็นเป้าหมายทุกที

– ในหนังญี่ปุ่น ลมมักจะพัดมาพร้อมความหมายอะไรบางอย่างเสมอ และสิ่งแรกที่ตัวละครทำคือเหม่อลอย โดยลืมคิดไปว่าเราควรเก็บผ้า

– ในหนังกีฬา คำพูดของคนที่มีความหมายมักลอยเข้ามาในหัวเฉพาะตอนกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ แต่นักกีฬาส่วนใหญ่บอกว่าตอนนั้นกูเหนื่อย ไม่ได้คิดอะไร

– ในหนังผี ถ้าตัวละครหันไปทางไหน ผีจะมาโผล่อีกทาง

– ในหนังบู๊ ตอนที่เตะต่อยมักจะมีแป้งผงเล็กๆ กระจายไปที่เป้าหมายอยู่เสมอ นักเลงจริงไม่ได้ทาแป้งออกไปเก็บใคร

– นกพิราบจะบินกันให้พรึ่บพรั่บสองกรณี หนึ่งตอนที่พระเอกปรากฏตัว และสองตอนที่พระเอกบรรลุอะไรบางอย่าง (กรณีนี้นกพิราบสีขาวเท่านั้นที่จะบินหลังจากเสียงระฆังจากวัดดังขึ้น) ในความเป็นจริง นกพิราบจะพรึ่บพรั่บตอนที่เราไปซื้อเมล็ดข้าวโพดมาโปรยให้มัน

– พระในหนังมักพูดจาน่าคิด ไม่ติดตลกเหมือนในชีวิตจริง

– มือปืนมักอาศัยแบบหลบๆ ซ่อนๆ ด้วยการหนีขึ้นไปอยู่บนห้องเก็บของบนชั้นดาดฟ้า มันหลบๆ ซ่อนๆ ตรงไหน

– ในฉากโจรกรรม ต่อให้วางแผนมาดีแค่ไหน ก็ไม่เคยเป็นไปตามที่วางไว้สักที มันจะมีเรื่องไม่คาดหมายเกิดขึ้นตลอด เช่นยามลืมหมวก เลยเดินเข้ามาหยิบหมวก (ตอนตีสองเนี่ยนะ) หรือ ขากางเกงไปติดอยู่ในซอกลิฟต์เป็นต้น

– และในฉากแกะรหัสเซฟ เหงื่อมันจะออกมากเป็นพิเศษ แต่เวลาหนีการไล่ล่า เหงื่อไมออกสักหยด

– ถ้ามีเด็กกับต้นไม้ในฉากเดียวกัน รู้ไว้เลยว่าต้นไม้นั้นจะไม่ถูกตัด มันมีหน้าที่รอให้เด็กที่โตไปเป็นพระเอก หรือนางเอก กลับมายืนที่เดิม ในตำแหน่งเดิม

– คนใช้มักฉลาด พูดจาฉะฉาน แต่ขาดสัมมาคารวะ ในชีวิตจริงเขามาเสิร์ฟน้ำแล้วก็จากไปเงียบๆ

– ในหนังญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน ถ้าตัวละครหญิงขึ้นต้นประโยคว่า ‘ฉันน่ะนะ…’ แปลว่าเธอกำลังเผยความในใจ คุณผู้หญิงทั้งหลายเป็นอย่างนี้หรือเปล่า

– รถไฟฟ้าในหนังไม่เคยมีชั่วโมงเร่งด่วนที่แน่นหรือเบียดเสียด ไม่อย่างนั้นมันพบรักกันไม่ได้

– เมื่อไหร่ที่มองกระจก ตัวละครจะมองอย่างมีความหมายมาก ขณะที่เรามองกระจกเพื่อบีบสิว

– คนที่เกลียดกันเมื่อแรกเจอก่อนมารักกันในภายหลังมีน้อยมากในชีวิตจริง

– คนที่โง่มากจนดูไม่ออกว่า ไอ้ผู้ชายหนวดปลอม ไอกระแอมบ่อยๆ คนนี้เป็นผู้หญิงปลอมตัวมา กับคนที่โง่มากจนดูไม่ออกว่าไอ้ผู้หญิงกล้ามโต นิ้วก้อยชี้ขึ้นตลอดเวลาคนนี้เป็นผู้ชายปลอมตัวมา คนแบบนี้ไม่มีในชีวิตจริง

– ในฉากโรงหนัง เมื่อตัวละครดูฉากที่สะเทือนใจจนรับไม่ได้ก็ลุกออกจากโรงอย่างหุนหันพลันแล่น ในชีวิตจริงมึงไม่เกรงใจคนข้างๆ เขา ไม่เดินก้มตัวสักหน่อยเหรอ

– ‘หยุดนะ นี่คือการจับกุม คุณมีสิทธิที่จะไม่พูด เพราะทุกคำพูดของคุณจะเป็นหลักฐานในศาล ฯลฯ’ ตำรวจในหนังมักได้พูดประโยคแบบนี้จนจบ ไม่รู้ตำรวจจริงๆ จะโชคดีได้พูดจนครบถ้อยกระทงความหริอเปล่า

จริงๆ ยังมีอีกแต่นึกไม่ออกแล้ว ใครมาอ่านแล้วเห็นว่ายังขาดอะไรอีก ช่วยเติมด้วย ขอบคุณล่วงหน้า


Responses

  1. * ในหนังไทย เมื่ออ่านหนังสือ ต่อให้โง่ฉลาดแค่ไหนก็ต้องหนังสือภาษาอังกฤษหรือหนังสือที่ดูฉลาดฉลาด ไม่มีอ่าน ซี คิดส์ ขายหัวเราะ หรือคู่สร้างคู่สม เด็ดขาด

    * พระเอกไม่เคยแดกส้มตำหรือข้าวมันไก่

    * นอนนานแ่ค่ไหน ผมยาวเท่าไร ตื่นมาก็ไม่เคยยุ่ง

    * อินเทอร์เน็ตของทุกคนในหนังเร็วกว่าของนาซ่าอีกมั้ง แม่ง กดปุ๊บมาปั๊บ

    * เวลาแสดงผลภาพกราฟิก วิเคราะห์ข้อมูล หรือห่าอะไรก็ตาม จะเนี้ยบเฉียบทุกครั้งราวกับมีพ่อเป็นเอนิเมเตอร์ (คล้ายอัลลิเกเตอร์เลยนะ)

    * เวลานั่งในห้องเรียน จะมีเพียงพระเอกคนเดียวที่จะหลับและดูไม่ตั้งใจเรียน

    * ชีวิตจริงคนล้มใส่กันไม่มีทางที่ปากจะไปชนกันได้ มีแต่หัวโขกคาง ฟันเจาะหัว และพุ่งพากันล้มจนกระหม่อมแตก

    * ไม่มีทางที่เด็กอายุสิบขวบจะเซ็ตผมเป็นอย่างในหนังบางเรื่อง

    * คนดีถูกฆ๋าตายเยอะกว่ารอด หมายความว่าพระเอกนิสัยดีมีสิทธิ์ตายมากกว่ารอด หรือจบอย่างแฮ็ปปี้เอนดิ้ง

    * ผู้ร้ายแม่งเก่งแค่ไหนก็ต้องยิงพระเอกไม่โดน

    มีอีกมาก ไว้จะเปิดเอนทรี่แล้ว TAG มาที่นี่อีก ฮ่า ฮ่า สนุกอ่ะพี่ต๊ะ

    *

  2. แบงค์ กูเติมให้ในข้อสุดท้าย

    – และถ้าพระเอกต้องโดนยิงจริงๆ มักจะโดนที่แขน ขา หรืออวัยวะที่ไม่สำคัญมาก

    – ที่สำคัญเสื้อพระเอกมักจะเปื่อย ขาดง่าย (ต่อให้เป็นชุดทหาร) เพราะโดนยิงทีไร ฉีกเสื้อมาห้ามเลือดทุกที

  3. ไม่มีมาเติมสักข้อ

    แต่ทุกคนคะ
    จักรพันธุ์เอาเวลาที่ต้องทำงานมาอัพบล็อกค่ะ
    ประณามเดี๋ยวนี้ค่ะ

  4. ผ่านมาเจอค่ะ ขอเติมนะคะ

    * หมอกแห่งศีลธรรม จะมาบดบังเวลาที่พระเอกนางเอกอยู่ใกล้กันมากๆสองต่อสอง แม้ว่าจะแค่นั่งตักกันก็เหอะ

    *ผ้าห่มแห่งศีลธรรม มีรูปร่างเป็นตัวL คือจะคลุมได้ถึงหน้าอกนางเอก และคลุมเอวพระเอก (พระเอกไม่หนาวรึ)

    *ในสนามรบ คนที่อยากกลับบ้าน มีคนรออยู่ มักไม่ได้กลับ

    *นางเอกแต่งหน้านอน

    *ตอนเราอยกได้แท็กซี่ ไม่เห็นมีมาทันทีทันใจบ้างเลย

    *หนังญี่ปุ่นชอบเว้นช่องว่าง ถ่ายภาพนิ่งๆแช่ๆ สร้างอารมณ์ แต่ดูแล้วอยากหันไปกินขนมแทน หรือไม่ก็ดูด้วยความเร็ว 2x จะรวบรัดดี สบายใจ

    *สำคัญมาก กรุณาอย่าเลียนแบบวิธีกู้ชีพ (ปั๊มหัวใจผายปอด) จากหนังไทย เอาปากถูกันไม่ช่วยอะไรหรอกนะ

  5. (เก่าแล้ว แต่จริงเสมอ)
    – วิธีง่ายๆ ที่ทำให้คนรู้ว่า เมืองฝรั่งในเรื่อง คือปารีส คือ ฉายหอไอเฟลออกมาสักครั้ง

    – ยากดีมีจน ตัวละครในหนังเรื่องที่ว่า จะสามารถมองเห็นหอไอเฟลได้จากหน้าต่าง

    – แต่รู้ไหมว่าย่านต่างๆที่ทำได้เช่นนั้น มันย่านเศรษฐี หรือคนชั้นกลางค่อนสูงว้อยยย

    – (ช่วงหลังๆ) ผู้บริโภคในหนังหรือละครไทย นิยมหันเครื่องหมายการค้าออกนอกตัว

    – วัยรุ่นชายในหนังไทย พูดจากันด้วยภาษาวัยรุ่นคะนองปาก ยกเว้นไม่มีอวัยวะใต้สะดือหลุดออกมาเลย (จริงๆหายาก)

    อันนี้แอบชอบ “รักแห่งสยาม” ที่โต้ง แจก ค. เงียบๆ ให้เพื่อนไปหนึ่งแท่งในโรงอาหาร

    – หนังญี่ปุ่นถ้ามีหิ่งห้อย แปลว่ามีดวงวิญญาณมาวนเวียน
    หรือมีใครในที่นั้นสักคน ซี้บ่องเซ็กไปแล้ว
    (อันนี้มาทราบภายหลังว่าเป็นความเชื่อ มีในหนังสือด้วย)

  6. ฮ่า ฮ่า ฮ่า
    ประณามครับ

  7. ต้องเป็นร่มสีดำคันยาว ไม่มีสามพับสี่พับ ด้วยนะ

  8. หนังที่ทำลายล้างกฎเกณฑ์ดังกล่าว และทำทุกข้อให้ใกล้เคียงความเป็นจริง หากไม่เป็นหนังอาร์ตแตก ก็จะเป็นหนังตลกล้อเลียนที่คนดูพร้อมใจกันบ่นว่า “ไร้สาระ”!!??

  9. โหวดเป็นก่อ 1+
    มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ😀

  10. – ประตูในหนังมักจะพังง่ายมาก แค่ถีบหรือกระแทกแรงๆสักที
    แต่ถ้าเป็นขอจริง ถีบให้ขาเดี้ยงก็ไม่พัง

    – หนังจีนกำลังภายใน สงสัยมานานแล้วว่า ไอ้พวกจอมยุทธ มันทำงานทำการอะไรกัน เอาแต่พูดว่า”ท่องยุทธภพ” นี่มันเป็นอาชีพหรือวะ และทำไมมันต้องแต่งตัวไม่เหมือนชาวบ้านด้วย คือ ดูก็รู้เลยว่า ไอ้ตัวนี้ ไม่ใช่เสี่ยวเอ้อแน่

  11. ชอบเอ็นทรี่นี้จัง (:

  12. :]
    เพลิน เลยพี่ 555


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: