Posted by: chakkraphan | August 5, 2009

บทเรียนของชายวัยสี่แยกเกษตร

ไม่ได้เขียนบล็อกมานานแสนนาน อีกทั้ง ‘คู่มือการอยู่คนเดียว’ ก็ยังไม่ได้เขียนตอนใหม่เสียที วันๆ หมดไปกับการเขียนนิยายที่ไม่เดินหน้าไปไหน นั่งกลุ้มใจกับยอดขายหนังสือที่สวนทางกับรายจ่าย คิดค้นหาวิธีใหม่ๆ ในการทวงถามค่าคอลัมน์ที่เขียนล่วงหน้าเงินค่าเรื่องไปแล้วเป็นปี นั่งเรือข้ามฟากไปซื้อกาแฟ ออกไปดูพระอาทิตย์ตกที่ท่าน้ำนนท์ตอนหกโมงสี่สิบ (โดยประมาณ) และวันพฤหัสเตะบอลสองทุ่ม ชีวิตตอนนี้มีอยู่เท่านี้ อันที่จริงก็คิดว่าควรจะมีมากกว่านี้ แต่ด้วยปริมาณความทะเยอทะยานในเส้นเลือดต่ำ อีกทั้งตั้งใจแล้วว่าชีวิตที่เหลือนี้จะทำแต่น้อย และทำเฉพาะที่อยากทำ ซึ่งตอนนี้คือการเขียนหนังสือแม้จะผู้อ่านเพียงหยิบมือ ดังนั้นบางครั้งก็พอใจตัวเอง บางครั้งก็เกลียดตัวเอง บางครั้งก็ตั้งคำถามกับคนที่อยู่ในกระจกว่าจะพาตัวกูของกูไปอย่างไร สมมติว่าชีวิตเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ชัยเป็นหลักกิโลที่ 0 อย่างที่เข้าใจกัน ตอนนี้ก็พาตัวเองมุ่งหน้าท้ายแถวสลับหยุดนิ่งจนใกล้จะถึงหลักสี่แล้ว อีกไม่นานปีก็คงถึงหลักสี่โดยสวัสดิภาพ ตอนนี้น่าจะอยู่ราวๆ แยกเกษตรหรือไม่ก็ใกล้บางบัวไปทุกขณะจิตแล้ว หลังจากสำรวจตัวเอง นี่คือสิ่งที่เรียนรู้ของชายในวัยแยกเกษตร

– หน้าฝนลมแรง อยู่ริมน้ำจะมีเสียงประหลาดดังหวีดหวิวน่ากลัว แต่ไม่ต้องกลัว มันเป็นแค่เสียงลมที่พัดผ่านช่องอะไรสักอย่าง ไม่มีอะไรเกี่ยวกับผีสาง

– หุงข้าวให้แข็ง แล้วผึ่งลมเสียหน่อยก่อนจะนำมาผัด ข้าวผัดจะสวยน่ากิน

– เพลงร็อคหรือเพลงอะไรก็ตาม ไม่ต้องฟังดังๆ ก็ได้

– กว่าครึ่งของข่าวที่เราดูๆ กันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องรู้ หรือไม่รู้เลยก็ได้

– คนเห่อแพนด้าไม่ผิด คนเรียกร้องสิทธิสัตว์อื่นก็ไม่ผิด เราไม่จำเป็นต้องเลือกข้างเอาหรือไม่เอาแพนด้า

– แมงมุม จิ้งจก และแมลงบางชนิดอยู่ร่วมกับเราได้ อย่าไล่มันไปเสีย

– เมื่อไหว้พระ ไม่ต้องขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลองเปลี่ยนมาให้พระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอเราดูบ้าง แล้วลองทำให้ได้

– หมั่นไส้ให้น้อยลง ชีวิตจะมีความสุขขึ้น

– เช่นเดียวกับโกรธเกลียด ถ้าไม่มีไม่เป็นเลยก็ดีขึ้น

– คอลัมน์การ์ตูนในเดลินิวส์ คอลัมน์หนึ่งโปรรัฐบาล คอลัมน์หนึ่งด่ารัฐบาล

– รถยนต์ยี่ห้อทาทาราคาถูกที่สุดในโลกขายในอินเดียราคาแค่เจ็ดหมื่นบาท (โดยประมาณ) เอง แต่เชื่อเถอะขายคนไทยไม่ได้หรอก เพราะมันไม่มี อวทม

– แปลว่าคนไทยไม่สนเรื่องขับรถเพื่อไปทำธุระ คนไทยสนเรื่องใช้ชีวิตอยู่ในรถมากกว่า

– นายตรวจรถเมล์สาย 33 คนหนึ่งใช้เล็บยาวๆ เจาะตั๋วเรา อีกคนใช้ปากกาขีด ที่สำคัญพวกพี่เขาขึ้นตรวจตั๋วบนรถคันเดียวกัน ห่างกันประมาณสิบป้าย และเผลอตรวจกันเอง

– เอ็มเอสเอ็นเป็นอุปสรรคในการทำงาน

– คนบางคนตั้งชื่อเอ็มล่อเป้าให้เราทัก

– อย่าไปทักมัน

– ‘ไม่ส่งต่อก็ไม่ใช่คน’ อย่าเชื่อ ค่าของคนคงไม่ได้วัดกันแค่ฟอร์เวิร์ดเมล การส่งต่อไม่ใช่การแก้ปัญหาหรือการช่วยเหลือที่เข้าท่านัก เพราะลงท้ายก็ส่งกันอยู่อย่างนั้นเอง

– เมื่อเลิกใช้ไฮไฟว์ มันจะขอทำแบบสำรวจความเห็นในแบบสองภาษา อังกฤษและสเปน

– ไม่ต้องเข้าสังคมทางโลกไซเบอร์ ไม่ต้องเล่นเฟซบุค ทวีตเตอร์ เราก็อยู่ได้ และยังมีศักดิ์ศรีความเป็นคนเหมือนเดิม

– การใส่สนับแข้งตอนเล่นบอลเป็นเรื่องของการดูแลตัวเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับการทำตัวโอเวอร์ ขี้แอ็ค

– แคลายรถติดมาก ใช้เลี่ยงเมืองนนท์เวิร์กกว่า

– ช่วงนี้ชอบหนังอะไร ช่วงนี้ฟังเพลงอะไร เป็นคำถามที่ตอบยาก

– อย่าไปเชื่อโฆษณามากว่าคนกินเหล้าเป็นคนไม่ดี คนดีที่กินเหล้าก็ยังมี

– การตั้งคำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ให้นิตยสารเป็นคนละวิธีกับการคิดคำถามให้รายการโทรทัศน์

– คนบางคนพูดจาไม่รู้เรื่องและสรุปไม่เป็น

– เซเว่นอีเลฟเว่นบางสาขามีน้ำดื่มขนาดเล็กขวดละห้าบาทขาย ซึ่งดีกว่าซื้อขวดละเจ็ด-แปดบาทมาดื่มแล้วดื่มไม่หมด

– แม่น้ำเจ้าพระยามีปลาชุกชุม

– แปลว่ามันยังไม่เลวร้ายมาก

– ร้านขายกาแฟสดส่วนใหญ่ถอดปลั๊กเครื่องต้มกาแฟประมาณหกโมงครึ่งถึงหนึ่งทุ่ม ถ้าอยากกินอย่าไปเกินเวลานั้น

– รายการทูไนท์โชว์ดูประดักประเดิดที่สุด

– รายการตาสว่างหนวกหูมาก

– และเราคิดว่าตุ๊กกี้ แก๊งสามช่าไม่ตลก

– คนส่วนใหญ่สงสารช้างที่เห็นในทีวี แต่ไม่สนใจช้างตัวเป็นๆ ที่มาขอเงินค่าอ้อย (ของควาญช้าง) ข้างถนน

– เมื่อไหร่ที่เราอยากเป็นคนเก่ง แปลว่าเราอาจจะลืมพิจารณาตัวเราเองอย่างเป็นธรรม

– เมื่อไหร่ที่เราอยากเป็นคนดี แปลว่าเราอาจจะเป็นคนที่ไม่เข้าท่านัก หรือไม่ก็เป็นคนไม่ดี

– ไม่ต้องทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพก็ได้ ตายก็ตาย

– แต่อย่ามีครอบครัวก็แล้วกัน

– คำคมที่เปลี่ยนชีวิตและแรงบันดาลใจ มีและเกิดกันได้แค่ครั้งสองครั้งในชีวิตเท่านั้น ถ้าใครมีมากกว่านั้นแปลว่าเขาอาจจะเสพติดแรงบันดาลใจและอ่านแม็กกาซีนหรือดูรายการทีวีมากไป

– หรือไม่ก็อายุสิบเก้า

– ในคอนเสิร์ตมีอะไรให้ดูมากกว่าการแสดงบนเวที

– แต่ถ้าสนใจมันมาก เราจะเหมือนไม่ได้มาดูคอนเสิร์ต

– อายุหลังสามสิบจะปวดหลัง ไหล่ คอ ได้ง่าย

– อย่านั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ทำอย่างอื่นบ้าง

– ผลงานพิสูจน์คุณค่าของเรา และเราเท่านั้นที่มีสิทธิ์อันชอบธรรมทุกประการในการตัดสินตัวเราเอง

– ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เดี๋ยวก็จบลง

– หมดแล้ว

– สวัสดี


Responses

  1. – คิดว่าตุ๊กกี้ไม่ตลกเหมือนกัน แต่แล้วโอปอลล์ล่ะ ตลกไหม
    – คำคมที่ว่านั่น ของพี่คืออะไร
    – ช่วงนี้ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่เลย แค่เบื่อที่ชีวิตมันเป็นลูป
    – อายุยังไม่ถึงสามสิบ ก็ปวดเมื่อยง่ายเหมือนกันแล้ว ถ้าไม่หมั่นออกกำลังกาย
    – ยังรออ่านและติดตามผลงานอยู่เรื่อยๆนะคะ แต่คือว่าคู่มือการอยู่คนเดียวมันไม่ใช่คู่มือซักเท่าไหร่ น่าจะเป็นชื่ออื่นมากกว่า
    – ยังคงจำกันได้หรือไม่ อย่าพึ่งเบื่อคำถามนี้ก็แล้วกัน

    ขอให้สบายดี

  2. ใจเย็นค่ะ ค่อยๆคิด
    เป็นนักเขียนที่เมืองไทยนี่ลำบากเนอะ

    แต่อายุตอนนี้เนี่ย ที่จริงเป็นช่วงที่ปัญญาแข็งแกร่งที่สุดนะคะ
    พระพุทธเจ้าบรรลุ ตอนสามสิบห้า

    เพราะฉนั้น อย่าเพิ่งท้อนะคะ

  3. cyphoncofe
    – โอปอลเหรอ ก็ไม่ค่อยตลกนะ แต่พี่ว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องทำน่าเกลียดเพื่อแลกกับเสียงหัวเราะนะ
    – เรื่องคำคมพี่ไม่ค่อยมีน่ะ ถ้าเอาแบบขำๆ ก็คือ ‘ถ้าไม่มีทางออก เราก็ไปออกทางเข้า’ น่ะ กวนตีน ทื่อ แต่ก็คมคายดีเหมือนกัน แต่หลังๆ มานี้กลับไปชอบคำสามัญพื้นฐานอย่าง ‘ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์’พออ่าน กามนิต-วาสิฏฐี อีกรอบหนึ่งถึงจำได้ว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนกล่าวคำนี้กับวาสิฏฐี (ในนวนิยาย) คิดว่าเป็นคำที่ลึกซึ้งและเป็นสัจธรรมมากกว่าที่เราเคยเข้าใจ
    – คู่มือการอยู่คนเดียว มันยังไม่ใช่คู่มือจริงๆ หรอก ตั้งชื่อไปอย่างนั้นเอง แต่ก็จะพยายามทำให้เป็นคู่มือมากขึ้น ขอบคุณที่อ่านครับ
    – ไม่เบื่อกับคำถามหรอก ว่าแต่เบื่อกับคนความจำสั้นอย่างพี่หริอเปล่า…เอ่อ นั่นกิ๊ฟ ใช่ไหม ถ้าไม่ใช่ก็ฝนเอ้า แหม รู้สึกแย่จังเลย

    หญิง
    ขอบคุณครับ หวังว่าผมคงมีสติปัญญาที่แข็งแกร่งตามอายุอย่างที่หญิงว่า เป็นกำลังใจให้เช่นกันครับ

  4. ในวาระที่คุณพี่จักรพันธุ์ ขวัญมงฯ อัพเดตบล็อกซึ่งไม่ได้เห็นกันมานาน
    กระผมก็ขอกล่าวปรึกษาผ่านคอมเมนต์หน่อย

    แล้วกระผมเล่า บางทีก็คิดว่าตัวเองคิดน้อยเกินไป
    เจริญวัยช้ากว่าคนในช่วงอายุเดียวกัน
    แล้วก็คิดว่ายังเด็กและสามารถพัฒนาความคิดความอ่านไปได้อีกโข

    ผมมีปัญหาทางจิตหรือไม่ครับ – – ซึ่งก็รู้ว่าถึงจะไม่คิด ไม่โต ไม่เด็ก ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้
    ผมควรทำอย่างไรดีครับกัปตัน

  5. นัทททชนนนน (ชือมึงเขียนยากแท้หยั่งถึงมาก)
    เรืองที่สงสัยว่า หรือเราจะคิดน้อยเกินไป เจริญวัยช้าเกินไป น่าจะเป็นเรื่องธรรมชาตินะพี่ว่า พี่ก็เคยสงสัยอะไรทำนองนี้ ข้อสงสัยแบบนี้น่าจะเกิดจากการที่เรามองคนรุ่นราวคราวเดียวกันแต่คิดว่าเขาไปได้ดีกว่ามากกว่า ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรที่เราจะคิดว่าหรือเรามันแย่ แค่ต้องตั้งสติก่อนสตาร์ทเสียหน่อยว่าถ้าจะเทียบอะไรกับอะไร ใครกับใคร ต้องไม่ลืมเทียบปัจจัยพื้นฐานที่ใช้เป้นค่าตั้งต้นด้วย ถ้าค่าตั้งต้นเท่ากัน ใกล้เคียงกันก็อยากเปรียบเทียบ แข่งขันอะไรก็ทำไป แต่ทางที่ดีไม่เทียบก็ไม่ทุกข์ แข่งอะไรก็ไม่เท่และดูเก๋ดีเท่ากับแข่งกับตัวเอง ยังดีที่พอมีที่เหลือว่าตัวเองพัฒนาได้

    สุดท้ายจึงขอตอบว่ามึงควรเสียประตูให้น้อยลง (ฮา)

  6. เจริญพร

    สาธุ

    และอนุโมทนา

    แถมแนะนำให้เปิด archive คุยกับจักรพันธุ์ เพื่อความสะมะเหร่เฮ้ฮ่าด้วยครับ

    สัญญาว่าจะเสียประตูให้น้อยลงเรื่อยเรื่อย
    และน่าจะเก่งเท่าปีเตอร์ เชค ภายในพุทธกาลนี้

  7. คำคมที่เปลี่ยนชีวิตและแรงบันดาลใจ มีและเกิดกันได้แค่ครั้งสองครั้งในชีวิตเท่านั้น ถ้าใครมีมากกว่านั้นแปลว่าเขาอาจจะเสพติดแรงบันดาลใจและอ่านแม็กกาซีนหรือดูรายการทีวีมากไป

    >>> ประโยคนี้โดนสุดๆ เลยค่ะพี่ต๊ะ

  8. ตั้งแต่อ่านมา ชอบอันนี้มากสุด
    ดูเหมือนเขียนง่าย

    แต่ไม่ง่าย ใช่รึเปล่าวะ

  9. คำคมที่เปลี่ยนชีวิตและแรงบันดาลใจ มีและเกิดกันได้แค่ครั้งสองครั้งในชีวิตเท่านั้น ถ้าใครมีมากกว่านั้นแปลว่าเขาอาจจะเสพติดแรงบันดาลใจและอ่านแม็กกาซีนหรือดูรายการทีวีมากไป

    >>> ประโยคนี้โดนสุดๆ เลยค่ะพี่ต๊ะ;. All the best!!


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: