Posted by: chakkraphan | August 18, 2008

ลี้ภัยตัวเอง

หลายวันที่ผ่านมานี้ดูเหมือนว่าเราจะคุ้นเคยกับคำว่า ‘ลี้ภัยการเมือง’ มากเป็นพิเศษ เพราะมันทั้งผ่านหูผ่านตากันอย่างไม่เว้นวัน นี่ถ้าหยิบ ‘ลี้ภัยการเมือง’ มาใส่ปากเคี้ยวได้ ก็คงพูดได้เต็มปากมากกว่านี้ว่ารู้จักคำนี้เป็นอย่างดี ค่าที่นอกจากได้ฟังและได้เห็นแล้ว เรายังได้ลองลิ้มชิมรสเสริมอีกหนึ่งผัสสะ

แน่นอน, คำว่า ‘ลี้ภัยการเมือง’ นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือยากต่อการทำความเข้าใจ อันที่จริงความหมายก็ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนมากนัก ที่ผ่านมาหากพอมีโอกาสศึกษาหาความรู้จากประวัติศาสตร์การเมืองบ้างก็จะพบศัพท์คำนี้อยู่เป็นระยะ เพราะในประวัติศาสตร์มีคนจำนวนมากที่ต้องอยู่ในสถานะลี้ภัยการเมือง ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นฝ่ายถูกหรือเป็นฝ่ายผิด (หรือเป็นมันทั้งสองอย่าง คือผิดบ้างถูกบ้างกับงงๆ อยู่ว่าผิดหรือถูก) ก็ตาม แต่ที่แน่ๆ สถานะ  ‘ลี้ภัยการเมือง’ นี้บอกได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นฝ่ายไป

สภาวะลี้ภัยการเมืองเป็นเรื่องน่าแปลกพอๆ กับน่าค้นหา เพราะการที่คนคนหนึ่งมีเหตุจำต้องย้ายนิวาสถานแบบปัจจุบันทันด่วนไปยังพื้นที่แปลกใหม่ในเขตแดนของประเทศแปลกใหม่นั้นไม่น่าจะใช่เรื่องง่ายในการทำใจให้ยอมรับหรือปรับเข้าสู่โหมดความเคยชิน โอเคล่ะว่า บางครั้งเราก็พอกล้อมแกล้มแบบเอาหมอนข้างเข้าถูสีข้างอีกทีได้ว่า การลี้ภัยการเมืองในทางภูมิศาสตร์ก็ไม่ต่างอะไรจากการย้ายที่พำนัก เปลี่ยนที่นอนในชีวิตประจำวัน เหมือนไปนอนบ้านเพื่อน ค้างบ้านแฟน ไปเที่ยวต่างจังหวัด กางเต็นท์นอนในป่าฯลฯ

แต่การเคลื่อนย้ายตัวเองในลักษณะที่กล่าวไปนั้นก็แตกต่างจากการลี้ภัยการเมืองอยู่ดี เพราะไม่ว่าจะอย่างไรการไปนอนที่อื่นไม่ว่าจะในลักษณะใดก็ยังมีนัยยะของการหวนกลับที่แน่นอน แต่การย้ายที่นอนแน่ๆ อย่างลี้ภัยการเมืองนั้นไม่มีสัญญาณอะไรที่สามารถบ่งชี้ได้อย่างแน่นอนว่าจะได้กลับมาหรือไม่หรือจะได้กลับมาเมื่อไหร่ เนื่องจากการลี้ภัยการเมืองเป็นการโกยเถอะโยมที่มีข้อบัญญัติต่างๆ ในทางกฎบัตรกฎหมายควบคุมอยู่หลายขั้นตอน

อย่างที่ทราบกันดีว่ามนุษย์ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐ (แม้จะอยู่โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เพราะเกิดมารัฐท่านก็ให้ถือว่าอยู่เลยก็ตาม) ที่ให้สิทธิเสรีภาพในการหลับนอนที่ไหนอย่างไรก็ได้ เขาขอแค่อย่าไปทำสิ่งที่ผิด ดังนั้นแค่ไม่ทำผิด เราทุกคนก็สามารถอดตาหลับขับตานอนหรือจะนอนตีพุงคลึงอวัยวะเพศอย่างไรก็ได้ไม่มีใครว่า (ยกเว้นว่าคุณเผลอไปคลึงของคนอื่น) ดังนั้นการที่อยู่ๆ รัฐก็บอกเราอ้อมๆ ว่าถ้าเรายังจะขืนนอนอยู่ในประเทศนี้อีกล่ะก็ รัฐก็จะพาเราไปนอนในสถานที่พิเศษอันมีมุ้งลวดแถมมุ้งเหล็กแถมรั้วคอนกรีตหนาๆ แถมลิดรอนอิสรภาพอีกนิดหน่อย (แถมเยอะมาก) พอเป็นพิธี นั้นแสดงว่าเราต้องเผลอไผลทำผิดในระดับจัมโบ้ที่รัฐยอมให้ไม่ได้จริงๆ และนั่นก็ทำให้เราต้องประกอบกิจกรรม ‘ลี้ภัยการเมือง’ ในที่สุด

น่าสงสัยว่าถ้าเราต้องตกเป็นผู้ลี้ภัยการเมืองเข้าจริงๆ คืนแรกๆ ของการนอนต่างถิ่นเราจะคิดอะไร เราจะหลับทันทีที่หัวถึงหมอนเลยไหม เราจะกลัวเจอตุ๊กแกบนเพดานเหมือนที่เคยกลัวเวลาไปนอนต่างจังหวัดหรือเปล่า หรือเราจะตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นมาทันดูพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนตอนไปเที่ยวภูกระดึงนั่นไหม (บทแทรก- ไอ้เผ่าฯ ทำอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว ไม่เคยตื่นทันเลยสักครั้ง พับผ่า!) ภาวะแปลกแยกของการนอนต่างถิ่นที่นัยยะของการกลับบ้านยังคลุมเครือนั้นยังพอมีที่เหลือให้เราคิดอะไรโรแมนติกได้อีกหรือเปล่าในเมื่อคนเขาพูดถึงเราในฐานะคนไม่ดีที่หนีไปตายเอาดาบหน้า

หรือเราจะตาค้างจนนอนไม่หลับ เพราะเอาแต่ขบคิดคลั่งแค้นที่ผู้คนในรัฐไม่เข้าใจเราหรือเข้าใจเราผิดไปพลางหาทางพิสูจน์ตัวเอง (ถ้ามันเรียกว่าอย่างนั้นน่ะนะ)

นี่คือสิ่งที่เราสงสัย แต่ไม่อยากรู้จนถึงขั้นต้องหาคำตอบให้ตัวเอง ของบางอย่างแค่สงสัยก็เท่แล้ว ไม่ต้องรู้คำตอบก็ได้

กรณี ‘เขาคนนั้น’ ขอลี้ภัยการเมืองเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษที่เป็นข่าวใหญ่โตครึกโครมนั้นชวนให้เราสงสัยเรื่องที่ว่านี้

แม้ในความจริง วันที่นั่งอู้งานเพื่อพิมพ์บทความชิ้นนี้ เขาคนนั้นจะออกมาบอกกับสื่อต่างๆ แล้วว่าเขาไม่ใช้สิทธิ์ในการลี้ภัยการเมือง เขาจะกลับมายังรัฐที่เขาสังกัดเพื่อต่อสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์อย่างแน่นอน นั่นก็อาจตอบคำถามได้แล้วว่า ภัยการเมืองมันหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะแบกรับสถานะผู้ลี้ไหว หรือไม่เขาก็อาจจะกลัวตุ๊กแกบนเพดาน หรือกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่อีก (ถ้าเป็นข้อนี้จริง แสดงว่าเป็นคนโรแมนติกมากจนน่ากังวล)

หรือแท้จริงแล้ว สถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองนั้นมันต้องจ่ายแพงมากเกินไป เงินเท่าไหร่ก็ซื้อภาวะบุคคลที่ ‘รัฐต้นสังกัดไม่อาจยอมรับได้’ ให้กลายเป็นบุคคลที่เดินเหินอยู่อย่างปกติสุขในประเทศตัวเองไม่ได้

อันที่จริง ประเด็นนี้อาจไม่สำคัญเท่ากับสภาวะ ‘ลี้ภัยการเมือง’ นี้เป็นเหมือนกระจกที่ส่องสะท้อนสัจธรรมของพระพุทธองค์ที่ว่า ไม่ว่าผู้นั้นจะลี้ภัยการเมืองได้หรือไม่ หรือที่สุดแล้วสิ่งที่เขาทำจะเรียกว่าภัยหรือไม่ก็ตาม

กับสิ่งที่เขาทำและสิ่งเขาต้องเผชิญอยู่นั้นบอกได้อย่างเดียวว่า เขาไม่อาจลี้ภัยตัวเองได้เลย

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามเกม เอ๊ย ตามกรรม (จบแบบมีโฆษณาแฝง)


Responses

  1. – ประกาศจากเจ้าของบล็อก –
    เจ้าของบล็อกไม่ขอรับผิดชอบใดๆ กับคอมเมนต์ของผองเพื่อนขาประจำอย่างไอ้แบงค์ และคนอื่นๆ ที่อาจจะคอมเมนต์อะไรให้หวาดเสียวต่อสวัสดิภาพว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้สวัสดีใครได้อีก

    ห้ามยิงซ้ำ ดัดแปลงอวัยวะหนึ่งอวัยวะใดของเจ้าของบล็อกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยหรือนำไปจำหน่ายในทางที่ไม่มีใครติดต่อได้

    จึงประกาศมาเพื่อเอาตตัวรอดก่อน

  2. เรียกว่าติดป้ายประกาศชัดเจน

    เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าลี้อะไรก็ลี้ภัยตัวเองไม่ไหว
    หรือว่าไหว แต่ทำไม่ได้?
    หรือหนีได้ ด้วยความไร้ยางอาย ที่ว่าตัวเองไม่ผิด
    หรือหนีได้ ด้วยจิตใจอันเห็นแก่ได้
    ?????

    หรืออาจจะยากจริงอย่างคิด
    เพราะเงินเป็นภูเขาเหลากาก็ยังไม่อาจซื้อวีซ่าผ่านเขตแดนแห่งความปลอดใจไปได้

    จะว่าไป กลับมาเมืองไทย ก็เอาเงินภาษีเราเรามาสู้คดีอยู่ดีนี่นะ
    ไม่น่าเลยน๊า…เสี่ยหมี่ (ลูกพี่ (เก่า)อัฟราม แกรนท์)
    (ผมหมายถึงเสี่ยหมีจริงจริง!)

    ว่าไงพี่หมี!

  3. ตามหลักแล้วถ้าลี้ภัยการเมือง ก็ต้องลี้เพราะการเมืองล้วนๆ หมายความว่าไม่ได้ทำอะไรแต่โดนกลั่นแกล้งทางการเมืองอ่ะค่ะ แต่ถ้าลี้เพราะสาเหตุอื่น ก็ไม่น่าเรียกว่าลี้ภัยการเมืองได้ แต่ว่ามีลี้อะไรบ้างก็ไม่ทราบเหมือนกัน

    ส่วนลี้ภัยตัวเอง…อืม น่าสนใจค่ะ เพราะภัยจากตัวเองเนี่ย น่ากลัวสุดๆ ฮ่าๆ

  4. ต๊ะ เรื่องนี้อ่านแล้วอินมาก เพราะเมื่อคืนเพิ่งฝันว่าลี้ภัยไปรัสเซียสด ๆ หนาว ๆ (หิมะมันตกที่นั่นนะครับ)

  5. ใจหนึ่งก็นึกสมน้ำหน้าทักษิณ…
    จะลี้ภัยทางการเมืองไปทำไม ในเมื่อมีแต่เสียกับเสีย
    แต่ก็ได้เดินช๊อปปิ้งลอยหน้าลอยตา
    ผู้ชายคนนี้สุดยอดแห่งความเข้มแข็งมาก ๆ
    เค้าทั้งทนอยู่และอยู่ทน ทนในทุกเรื่องที่เค้าเจอะและเจอ
    โดยที่ให้สัมภาษณ์ไม่มีการปากสั่นและถึงขั้นต้องด่านักข่าวไปทำกับข้าวไป
    ผมจำภาพวินาทีที่ลูกสาวทอง ๆ ของท่านทำหน้าขี้โกงส่ายหัวได้เป็นอย่างดี
    เพราะเธอน่าจะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีกล้องจับภาพมาทีเธอ
    ในฐานะลูกสาวนักการเมืองคนดังที่ใกล้จะดับเต็มที
    (ล่าสุด เล่นพอแล้ว เราเริ่มเล่นแม่และลูกกันต่อ โดนเฉพาะลูก
    ที่มีฟอร์เวิร์ดเมล์บอกว่าหล่อนเอาข้อสอบมาเก็งเพื่อให้เข้าจุฬาฯได้)

    อีกใจหนึ่งก็นึกสงสารอย่างยิ่งยวด
    พาลธมิตรก็ยังไม่หยุดเสียที ตราบใดที่คุณท่านยังไม่จรลีจากลอนดอนกลับมาบางกอกมหานคร
    ช่วงแรกก็เอาใจช่วยอยู่หรอกฮะ แต่ช่วงหลัง ๆ เริ่มรู้สึกว่าเบื่อคนกลุ่มนี้มาก
    จริงอยู่ที่เค้าทำหน้าที่ตัวแทนแห่งประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ได้อย่างเต็มตัว
    แต่ผมกลับเริ่มกลัวว่า หากมีใครทำอะไรไม่ถูกใจบ้านเมืองขึ้นมาอีก
    กลุ่มนี้ก็อาจจะออกมาเรียกร้องอยู่เรื่อยไปจนกลายเป็นที่เที่ยวใหม่ของ กทม.
    (เราควรสร้างแสตนด์ประท้วงที่สะพานมัฆวานให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีไหม?)
    แถมการออกหมายจับคู่สามีภรรยาแห่งศตวรรษคู่นี้ กลายเป็นพาดหัวขาวใหญ่
    ที่ทำยอดให้หนังสือพิมพ์ขายได้ต่อไปอีกหนึ่งวันเต็ม ๆ ประจานบานทุ่งเลยทีเดียว

    เหมือนเหรียญจะมีสองด้าน แต่ไม่เลย
    เพราะยังไงมันก็คือเหรียญบาด! (เอ้ยเหรียญบาท)
    ที่คอยบาทเจ้าของเหรียญให้ทุกข์ทนอย่างทรมาน
    ทักษิณเป็นตัวอย่างที่ดีของคำว่า ลี้ภัยทางการเมือง
    เพราะมันทำให้เวลาที่อยู่ในพจนานุกรมฉบับ พ.ศ.๒๕๕๒
    เด็กไทยทุกคนจะเข้าใจความหมายของคำนี้ได้อย่างชัดเจน

    ว่า “ลี้ภัยทางการเมือง”
    มันทำให้คนที่ลี้ภัยปวดร้าวเพียงใด…

    –เบนซ์ จูเนียร์ 5 ครับ

  6. – แบงค์ –

    สงสัยกูจะเตือนผิดคน
    ไอ้นี่มันมาแรง มันไม่ขำ
    จริงจัง

    กูเผ่นก่อนดีกว่า

  7. จริงด้วยพี่

    รอผมด้วยๆ

  8. ฮ่า ๆๆๆ…
    ลองอ่านของตัวเองดูอีกที
    คุกอยู่ใกล้มาก ๆ

  9. ใครลี้ภัย เราไม่สน
    แต่คุณชวน เขาหลีกภัยนะ

    …รักหนุ่มเมืองตรัง น้องไม่ได้หวังเป็นเมียนายก…

  10. พี่ต๊ะจ๋า ปุ๋ยอ่านเม้นท์แต่ละอันของพี่แล้วเนี่ยมันแบบว่า”…”อ่ะนะ…

    แต่จะโทษใครได้อ่ะพี่ต๊ะก็คุณเจ้าของหัวข้อดั๊นนนนนเขียนเรื่องพรรณนี้มาก่อนอ่ะดิพี่…

    จริงๆ ชาว”พธ…”แบบหนูก็คันๆ นะแต่..ไม่ดีกว่าช่วงนี้จังหวะชีวิตไม่ค่อยดี หนูว่าพี่รีบหาเวลามาอัพหัวข้อใหม่สไตล์เฟรชชี่ดีกว่านะ อันนี้มันนานแล้ว..แล้วไม่ค่อยปลอดภัย เอ่อ หนูมี blog ของตัวเองแล้ว(ตามคำแนะนำของพี่เด๊ะเลย)แต่ตอนนี้ขึ้เกียจเขียนอ่ะใช้ของเดิมมาแปะอยู่ ยังไงก็แวะๆ ไปนะ หน้าหนูอ่ะแปะลิ้งค์พี่ด้วยแหละ มี link เยอะๆ รู้สึก hi-soooo ดีอ่ะ อิอิ แล้วจะเขียนเก่งๆ (หวาดเสียวด้วย) ให้ได้แบบพี่นะ

    คิดถึงจังงงงงงังงงงังงงง

  11. ผมไม่มีอะไรจะวิจารณ์หรืออกเสียง(อนึ่งกลัวตัวเองจะติดร่างแห ไม่พึงประสงค์ไปด้วย)

    สนุกและจี๊ดดีครับ แหมอยากให้เขาอ่านจัง
    บางทีเขาอาจยังไม่รู้ว่าเขาหนีไม่ พ้น ‘ภัยตัวเอง’ก็ได้ ..อุ๊บ! ผมไม่เกี่ยวนะ

  12. ว้า ไม่ยอมอัพบล้อกเลย

    หวังว่าคงสบายดีนะคะ (เลียนแบบ)


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: