Posted by: chakkraphan | June 4, 2008

ปีแห่งกบ

หากใครนั่งรถเมล์สายเจ็ดสิบหรือขับรถผ่านไปแถวทางเข้าสวนสัตว์เขาดินบริเวณข้างพระที่นั่งอนันตสมาคมก็น่าจะพบรูปปั้นกบขนาดมหึมา ตาแดงก่ำ และผิวหนังเขียวอมครามเมลืองมลังตั้งตระหง่านอยู่ตรงบริเวณนั้น

มันโดดเด่นท้าทายสายตาเสียจนคนไม่ชอบสวนสัตว์อย่างเรา ต้องเหลียวหลังหันไปมองพร้อมด้วยความสงสัยว่า กบหรือรูปปั้นกบมีความสำคัญกับสวนสัตว์เขาดินนี้อย่างไร ใยจึงได้รับเกียรติให้มีรูปปั้นประกาศสปีชี่ของตัวเองอย่างนั้น

ก่อนที่จะถึงบางอ้อบนถนนอู่ทองเมื่อเหลือบเห็นป้ายไม้สลักอยู่ข้างล่างอนุสาวรีย์กบความว่า : 2551 ปีแห่งกบ – 2008 Year of Frogs

เท่านั้นแหละ แทบจะวิ่งลงจากรถเมล์ (ใครที่คิดว่าเป็นคนฐานะดี มีรถขับ คงได้รู้ความจริงกันเสียที) ลงไปถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์พี่กบตัวนี้ไว้เป็นที่ระลึกเสียหน่อยทันที แต่ลงท้ายแล้วไม่ได้ทำ

แต่เพราะไม่ได้ทำนี่แหละ ที่ทำให้ภาพของรูปปั้นกบและปีแห่งกบที่เห็นเพียงชั่วนาทีนี้ติดค้างอยู่ในความคิดจนเกิดเป็นความสงสัยว่าทำไมปีนี้จึงเป็นปีแห่งกบ ใครหรือกบตัวไหนเป็นคนกำหนด 

ถ้าให้เดา บางทีมันอาจเป็นเพียงแค่กลยุทธ์หรือแคมเปญพิเศษที่สวนสัตว์ดุสิตคิดขึ้นมาเพื่อใช้เรียกผู้คนให้เข้ามาชม…เอ่อ…ชมกบ และสัตว์อื่นๆ ที่ไม่ใช่กบก็ได้…สรุปว่าอย่างนั้นเลยก็แล้วกัน

รถเมล์ปรับอากาศแบบยูโรสีส้มคันเดิมวิ่งต่อมาถึงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า กระเป๋าสาวร่างใหญ่ (ทำไมกระเป๋ารถเมล์ผู้หญิงมักตัวใหญ่) ก็ประกาศให้ผู้โดยสารทราบว่ารถเมล์จำเป็นต้องวิ่งออกจากเส้นทางเดิม เพราะติดขบวนชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์

ไวเท่าความคิด เรารีบลงจากรถเมล์คันเดิมโดยพลัน ไม่ได้ตั้งใจจะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรเพราะว่ากันตามตรงก็ยังไม่ค่อยแน่ใจในจุดประสงค์ของการชุมนุมและยังมีความสงสัยบางประการในการออกมาทำกิจกรรมการเมืองภาคประชาชนของพวกเขา แต่ที่แน่ใจและไม่ต้องสงสัยก็คือ ไม่ชอบในสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำและพยายามจะทำอยู่

เมื่อลงมายืนเก้ๆ กังๆ อยู่บนถนนราชดำเนินนอก ด้านหนึ่งเสียงจากกลุ่มพันธมิตรก็ดังทะลุลำโพงแบบซูเปอร์พาวเวอร์ขึ้นมา ตำรวจเองก็ตรึงกำลังรับมือรอท่า ตำรวจกลุ่มหนึ่งรับมือด้วยการล้อมวงกินข้าวกล่องและคุยกัน (ใช้กล่องโฟม แสดงว่าไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่ใช้กันแล้ว คนอินเทรนด์ต้องกินในปิ่นโต) หันไปอีกด้านหนึ่ง ทำเนียบรัฐบาลยังคงเงียบสนิทไร้ท่าทีและการเคลื่อนไหวที่มองเห็นได้ด้วยแว่นตาหรือตาเปล่า

รูปปั้นปีแห่งกบหน้าเขาดินโผล่พรวดขึ้นในความคิดทันที

ในขณะที่ชีวิตสรรพสัตว์ต่างสายพันธ์หลากสปีชี่นับหมื่นตัวพันตัว (ตกลงมันมีกี่ตัวก็คิดเอาเอง) ในสวนสัตว์ต่างอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ, หมายความว่ามันอาจกระทบกระทั่งหรือเลยเถิดไปถึงขั้นขบเคี้ยวกันบ้างก็จริง แต่โดยรวมแล้วก็น่าจะอยู่ในสภาวการณ์ที่ยังพอตกลงกันได้ แกไม่หลุดเข้ามาในกรงฉัน ฉันก็ไม่เขมือบแก และบางตัวก็อาจจะใจดีถึงขั้นที่ประกาศว่าฉันไม่เขมือบแกหรอก เพราะฉันเป็นมังสวิรัติ

โดยรวมก็คือแม้จะมีขอบรั้วขวางหน้า ขอบกรงขวางกั้นมันก็ยังอยู่ร่วมกันได้ ต่อให้ปีนี้เป็นปีพิเศษของกบ อีเห็นหรือสมเสร็จก็คงไม่อิจฉาเรียกร้องอยากมีปีหรืออนุสาวรีย์ของตนบ้าง

ย้อนมาดูมนุษย์ที่อยู่ไม่ไกลจากสวนสัตว์อย่างเราๆ ดูบ้าง บางครั้งเราเองก็ไม่ต่างจากกบในนิทานเรื่อง ‘กบเลือกนาย’ ที่ได้ยินได้ฟังกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ใช่แล้ว, เราเพิ่งผ่านการเลือกนายมาหมาดๆ แล้วเราก็ได้นายใหม่ที่เข้ามาดูแลพวกเรา จะโดยเต็มใจหรือไม่ แต่ลงท้ายเราต้องยอมรับนายคนนั้น เพียงเพราะเขาดันมาตามกติกาที่พวกเราวางเอาไว้เอง แม้กติกาเหล่านั้นอาจมีช่องว่าง แต่การยอมรับคือการยอมรับ ไม่ว่านายพวกนั้นจะเป็นขอนไม้ผุเป็นเรือ หรือเป็นบ่าววี (อันนี้ฮาแน่) เราก็จำต้องยอมรับเพื่อยืนยันถึงระบบและระบอบที่เราเชื่อและเสียสละเลือดเนื้อเพื่อให้ได้มันมา

แม้จะแลกมากับความรู้สึกแสนปวดใจยามที่นาย (บนสมมติฐานว่าตอนนี้เป็นขอนไม้ผุๆ ไปก่อนก็แล้วกัน) คนใหม่ของเราอ้างว่าเขามีความชอบธรรมที่จะชอบทำในสิ่งที่ไม่เข้าท่าเพียงเพราะตัวเลขข้างมากที่เขาอวดอ้างว่าอยู่ข้างเขา โดยแกล้งลืมความเป็นจริงว่าในบึงมนุษย์กบแห่งนี้ เมื่อรวมตัว (คน) ที่ไม่ได้เลือกเขาทุกตัวแล้วจะมีมากกว่าเสียงข้างมากที่เขาได้รับก็ตามที

แต่โดยวิถีที่เราเลือก เราต้องกัดฟันยอมรับ

แต่ดูเหมือนว่ากบบางคน (ตัว) ไม่อาจกัดฟันยอมรับได้ พวกเขาจึงออกมาเรียกร้องและต่อสู้ด้วยวิธีที่เขาเคยเรียกว่าอหิงสา ซึ่งหนึ่งในบัญญัติของอหิงสานั้นเกลียดบาป แต่ยินดีต้อนรับคนบาป

เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่กบเหล่านี้แสดงออกมาในระยะหลัง เราเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้สมควรเรียกว่าอหิงสาหรือว่าการได้คืบจะเอาศอก ได้สุทธิสารจะเอาห้วยขวาง (เอ้า…ฮา) กันแน่

ล่าสุดไม่ได้มีแค่กบและนายขอนไม้ผุเท่านั้น เมื่อบึงแห่งนี้ยังต้อนรับกบอัลเทอร์เนทีฟทางเลิอกที่สาม ที่ไม่อยากเห็นความรุนแรงอุบัติขึ้น พวกเขากำหนดสีขาวเป็นสัญญะแห่งความสันติที่คิดเอาไว้

แต่สันติจะเกิดขึ้นในบึงที่ต่างฝ่ายต่างสร้างแรงกะเพื่อมเข้าหาและสาดใส่กันได้อย่างไร สันติจะดำรงสถานะและแตกดอกออกผลได้อย่างไรในเมื่อยังไม่มีความสงบให้มันสังเคราะห์แสง

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนความจริงว่าด้วยระบอบที่เราเชื่อว่ามันดีนั้น จำเป็นต้องมีทั้งคนพูด คนฟัง และคนทำ

แต่เท่าที่เห็นกบที่รายล้อมพวกเราอยู่ในตอนนี้มีแต่คนพูดกับคนทำ

แต่เราล้มเหลวในการเงี่ยหูฟังซึ่งกันและกัน

ปีนี้จึงอาจเป็นอีกปีของกบอย่างเราๆ ที่พบว่า สุดท้ายเราไม่ได้เดินหน้าไปไหน

และอีกไม่นานเราก็จะเลือกนายใหม่ และเรื่องเดิมๆ ก็เกิดขึ้นซ้ำเล่า

ซ้ำเสียจนจะต้องสร้างอีกกี่อนุสาวรีย์ กำหนดปีแห่งกบอีกกี่ครั้ง เราจึงจะเรียนรู้กันเสียที


Responses

  1. มาตามจดหมายเชิญแฟนประจำ

    ผมเคยเจออนุเสาวรีย์รูปกวางด้วย ก็ในสวนสัตว์ดุสิตนั่นแหละ
    แต่ไม่แน่ใจว่ามันเป็นกวางพันธุ์ไหน ซึ่งก็ไม่รู้อีกว่า มันไปทำวีรกรรมปกป้องเผ่าพันธุ์อะไรไว้
    บางทีมันอาจเคยเสี่ยงชีวิตช่วยฝูงกวางจากสิงโต จนได้รับการยกย่องกรมสวนสัตว์
    ถ้าได้ไปเยี่ยมเขาดินอีกครั้ง จะไปขอสัมภาษณ์และเสาะหาข้อเท็จจริง

    แต่ก็ไม่เคยสังเกตว่าแถวนั้นมีรูปปั้นรูปกบ
    แล้วก็สงสัยมาานานแล้วทำไมชื่อ MSN พี่ต๊ะ เป็นปีแห่งกบอยู่ 4-5 วัน แต่ไม่ได้ซัก
    ถึงบางอ้อก็คราวนี้

    จริงอย่างพี่่ว่า กบอย่างเราๆ (ถึงตาจะไม่โปนและมีจะไม่ป้านก็ตามที)
    ไม่มีโอกาสได้เลือกเจ้านายจริง (ไม่สิ…อันที่จริงได้เลือก แต่เจ้านายเขาดันได้คะแนนน้อยนิด)
    ช่องว่าง ช่องโหว่ ทำให้อึ่งอีกตัว ที่หน้าตาคล้ายกบ เข้ามายืนบนหินสูงให้กบอย่างเราแหงนหน้ามอง

    กบบางตัวรู้เท่าไม่ถึง คิดว่าอึ่งคือสุดยอดกบเนิร์ดผู้ตั้งตาทำงานจนไม่อาบน้ำ สิวเต็มหลัง เห็นดีด้วย
    กบบางตัวว่าไม่เวิร์ก เปลี่ยนสีตัวเองเป็นสีเหลือง ตั้งเป้าจะสอยอึ่งให้พ้นจากหิน
    กบบรรทัดบนสุดตั้งเป้าจะเอาอึ่ง ด่ากันหยาบๆ ดั่งเป็นอาร์ตติสผู้บรรลุโลก
    กบบางตัวว่าไม่เวิร์ก เปลี่ยนตัวเองเป็นสีขาว หวังจะให้กบทุกตัวเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นขาวเหมือนพวกตัว
    ก็เลยได้ยินกบครางโอบ โอบ ด่าจนเสื้อขาวเริ่มเปลี่ยนสีเป็นขาวจัด ..ไม่เขียวเหมือนธรรมชาติกบ

    ส่วนอึ่งก็นั่งแลบลิ้นกินยุงอยู่บนนั้น เห็นชมดะ ด่าดะ ว่ายุงตัวไหนรสดี รสแย่

    บางทีกบอาจไม่ได้มีสันติอย่างที่เราคิดก็ได้นะพี่
    แล้วบางทีมันอาจจะมีสมาพันธ์ หรือโลกแห่งกบอยู่อย่างลับๆ แล้วก็ได้
    (แน่นอนว่า บางทีเราอาจเดินสวนกับประธานาธิบดีกบมาแล้ว แต่ไม่รู้เท่านั้น)

    แต่ผมเชื่อว่า ประธานาธิบดี หรือนายกฯ ของมัน ก็เป็นกบที่เหมือนกับพวกมัน
    ไม่ใช่อึ่ง หรืออะไรที่ข้ามพันธุ์ จนไม่เห็นหัวชาวเมือง
    ทำในสิ่งที่เอาแต่ไ้ด้สำหรับตัวเองและพวกพ้องตระกูลอึ่ง

    ผมว่าคนมองไม่ออก ว่าคนไหนเป็นพันธุ์อะไร
    เหมือนกับบางคนแยกไม่ออกว่า ไหนกบ ไหนอึ่ง ปาด เขียด
    เพราะตามันโปน และมีมันป้านแทบทุกชนิด (แถมเวลาที่เห็นในบ่อน้ำ มันดันโผล่มาแค่ช่วงตา)

    กบมีหู อยู่หลังนัยย์ตา ช่องหูอยู่ข้างช่องเปล่งเสียง
    กบลูกน้องอึ่ง ฟังอึ่งมาก ส่งเสียงมาตามติด เพราะหูกับปากอยู่ข้างกัน
    กบเหลืองฟังแต่เสียงตัว ส่งเสียงตามติดเพราะดันอยู่ใกล้กันอีก
    เสียดาย หูอยู่ห่างสมองไปหน่อย

    อย่างที่พี่ว่าเราไม่ค่อยฟังกันและกัน
    ใช้หูด้วยวิธีที่ต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่ถูกวิธี (ถึงแม้เจ้าตัวจะคิดว่าถูกวิธีก็เถอะ)

    หรือว่า…การใช้หูถูกวิธี ก็คือการปิดหูนะ!

    คอมเมนต์ยาวและไม่มีสาระ – – ขออภัยครับพี่ เสียเนื้อที่เยอะเชียว

  2. แบงค์
    ใกล้แล้วแบงค์ ใกล้เข้าไปอีกนิด เกิดอะไรขึ้นพี่ไม่รับผิดชอบนะ
    กูเขียนเรื่องกบ
    จริ๊งจริง…

  3. ผมหมายถึงอดีตผู้จัดการทีมน่ะพี่ อัฟราม แกรนต์ น่ะพี่
    บังเอิญว่ารู้จักกันลึกซึ้ง ว่ากันได้ถึงญาติ ถึงฝูง

    ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็คล้ายอึ่งจริงนะพี่
    หมายถึง อัฟราม…

  4. ว่ากันด้วยเรื่องปีแห่งกบกันตามตรง
    ตามตรงจริงๆ แบบไม่เชิงสัญลักษณ์
    ไปดูมาแล้วๆ บังเอิญพาหลานไปเที่ยวเขาดิน เลยได้ดูกบและสัตว์เมือกๆเลื้อยคลานทั้งหลาย
    มันเป้นตู้กระจกวางเรียงรายไปเรื่อยๆ มีต้นไม้ มีน้ำอยู่ในนั้น มีกบหน้าตาประหลาดๆอยู่ในนั้น
    สนุกดีเวลาที่ได้มองหากบ กบมันพรางตัวเหมือนก่อนหิน เหมือนต้นไม้
    ใครหากบเจอก่อนชนะ!

  5. หรือว่าเราถูกสอนให้ต้องเลือกมานานแสนนาน
    บางทีการไม่เลือก(นาย) อาจเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดก็ได้….

  6. กบเต็มไปหมด

    วันนี้ได้ยินข่าวจากเจ้านายกบ
    ว่าอยากให้กบที่เป็นสื่อ
    มาทำข่าวประจานกบขวางถนนที
    (เหมือนเข้ขวางคลองแฮะ)
    แต่สื่อกบจะสนใจกันขนาดไหนนะ
    นายกบไปด่าเค้าไว้เยอะนี่

    ป.ล.แต่กบทำไรก็น่าอร่อยนะ
    เห็นที่เค้าสอนทำตามรายการทีวีตอนเช้าๆ
    เคยกินแต่ทอดกระเทียม

    (พี่ต๊ะ ถ้ามันเสี่ยงก็ลบๆไปนะ)

  7. พี่ต๊ะ พี่หมียิ่งกว่าแบงค์อีกนะ ผมว่าเราทั้งคู่คงรอด เพราะแรงไม่เท่าเขาแหละพี่ ต้องปล่อยล่อเป้า

  8. – ประกาศจากเจ้าของบล็อก –
    เจ้าของบล็อกขอสงวนสิทธิ์ในการยิงซ้ำ ตัดตอน หรือการสูญหายอย่างไร้ร่องรอยใดๆ ไว้ให้เฉพาะไอ้พวกที่คอมเมนต์นี้ทั้งนั้น ห้ามมิให้ทำการพาดพิงใดๆ สู่เจ้าของบล็อกอันมีเจตนายบริสุทธิ์ในการเขียนเรื่องกบเท่านั้น

    จึงเรียนมาเพื่อเอาตัวรอด

  9. ด้วยความสัตย์จริง
    ข้าพเจ้าหมายถึง อัฟราม แกรนต์ และพ้องพวก
    ดังนั้นจึงขอสงวนด้วยคน

    หากสงวนไม่ได้ กรุณาบอกก่อนล่วงหน้าหลายวัน
    เพื่อเคลียร์ธุระให้เสร็จสิ้น
    ควรไม่ควรแล้วแต่จะโกรธ – –
    แต่หวังว่าคงไม่โกรธ

  10. ทำงานอยู่ ไม่มีสมาธิอ่าน เดี๋ยวจะมาอ่านใหม่ และเมนต์เท่กว่านี้
    กูเหี้ยปะ ทำท่าไม่ใส่ใจด้วยอ่ะ ดูดิ…

    เป็นกบเลือกชายได้ปะ

  11. เป็นการแสดงความคิดเห็นทางประชาธิปไตย
    จากสิ่งที่ได้เห็นหรือได้ยินมา ข้อความไม่ได้พาดพิงใคร
    ได้สร้างความเสียหายใดๆให้ใคร
    เป็นการพูดแต่สิ่งที่รู้กันอยู่ทั่วๆไป

    เออ อัฟราม แกรนท์ ก็ได้วะ

  12. เราจะเอาประชาฺธิปไตย

    เราจะเอาประชาธิปไตย

    เราจะเอาประชาธิปไตย!

  13. ขอหนูไปอ่านมติชนสุดสัปดาห์ย้อนหลังที่หอสมุดแห่งชาติก่อนมาทิ้งคอมเมนต์ได้ไหมคะ
    ยีราฟอย่างหนูไม่ประสาเรื่องกบน่ะค่ะ

    อย่างไรก็แล้วแต่
    ถ้าไม่อาจมิวเตชั่นกลายพันธุ์ ผันสปีชีส์ไปสู่โลกอื่นได้
    แถมตะเกียกตะกายโดดเหย็งๆ อย่างไร ก็ออกไปไม่พ้นสระเสียงข้างมากนี้เสียที
    ก็หาวิธีอยู่กับมันให้เข้าจังหวะเถิด
    พี่ชาร์ล ดาร์วินบอกว่า ธรรมชาติจะคัดเลือกทุกอย่างให้
    คงอยู่หรือตายไป ก็คือขั้นตอน

    ทั้งนี้และทั้งนั้น
    หนูดีใจจริงๆ ค่ะที่ไม่ปรากฎความเป็นวิกิพีเดีย
    แม้จะรู้สึกว่ามีอีก 48 บล็อกซ้อนอยู่ในนี้อีกทีก็ตาม
    5 5 5

  14. ..

    เหนือสิ่งอื่นใด

    ความจริงที่ใครบางคน..หรืออาจจะใครหลายคนในที่นี้ยังไม่เคยรู้!!!

    ความจริงที่ว่า…..

    เนื้อกบนั้นรสชาติไม่ต่างจากเนื้ออึ่งเท่าไหร่นักดอก

    เหมือนเนื้อปลาผสมไก่

    ติดอยู่ที่ว่าทั้งกบและอึ่งตัวมันเล็กกว่าปลาและไก่

    ดังนั้นกบและอึ่งจะคงต้องทำใจหากต้องสละชีวิตพวกพ้องจำนวนมากกว่าถ้าต้องการสารอาหารเท่าปลาและไก่

    เพราะฉะนั้นแนะนำให้กินไก่หรือปลาไปเลยดีกว่า ประชากรกบและอึ่งจะได้ไม่สูญพันธุ์ และประชากรเขียดจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย ในฐานะที่พอจะเป็นสินค้าทดแทนกบและอึ่งได้

    อ๊ะ! กินไก่มากระวังเป็นเกาท์

    เพราะฉะนั้น เราไปกินปลาดีกว่า

    ปลาแซลมอนท่าทางจะดี (๕๕๕๕๕)

    ลางเนื้อชอบลามะลิลา

    ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน

    พอแตกใบอ่อนเป็นมะลิลา (ตะละลา)

    ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับสาระทั้งมวลข้างต้น

    รอดตัวชัวร์ข้าพเจ้า

    -=-=-=-

  15. ดีใจมากที่ตัวเองนึกไม่ออกว่าจะคอมเมนต์อะไร
    เเถมราฟาก็หน้าไม่เหมือนกบด้วย ฮ่าๆๆ

  16. แต่ ทำไมถึงมีกบหน้าเขาดินนะ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: